top of page
alphastratege logo.png

2026

Currency Correlation คืออะไร? เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคู่สกุลเงินก่อนเปิดออเดอร์ Forex

Writer: chemecal cream
chemecal cream
Aug 19
1 min read

เคยสังเกตไหมว่าเวลา EUR/USD วิ่งขึ้น คู่เงิน GBP/USD ก็มักจะขยับขึ้นตามกันไปในจังหวะใกล้เคียงกัน หรือเวลา USD แข็งค่าขึ้นทั้งกระดาน AUD/USD กลับอ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า Currency Correlation หรือสหสัมพันธ์ระหว่างคู่สกุลเงิน ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่นักเทรด Forex มือใหม่มักมองข้าม ทั้งที่ความเข้าใจเรื่องนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเปิดออเดอร์ซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว และช่วยวางแผนพอร์ตให้สมดุลมากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Currency Correlation ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงแนวทางนำไปใช้จริง

Currency Correlation คืออะไร

Currency Correlation คือค่าทางสถิติที่บอกว่าคู่สกุลเงินสองคู่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากน้อยเพียงใด ค่านี้เรียกว่า Correlation Coefficient มีช่วงตั้งแต่ -1 ถึง +1 โดยตัวเลขที่เข้าใกล้ +1 หมายถึงคู่เงินสองคู่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน ตัวเลขที่เข้าใกล้ -1 หมายถึงคู่เงินสองคู่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวสวนทางกัน ส่วนตัวเลขที่ใกล้ 0 หมายถึงแทบไม่มีความสัมพันธ์กันเลย

ประเภทของ Correlation

Correlation แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะหลัก ได้แก่ Positive Correlation คือคู่เงินที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เมื่อคู่หนึ่งขึ้น อีกคู่หนึ่งก็มักขึ้นตาม, Negative Correlation คือคู่เงินที่เคลื่อนไหวสวนทางกัน เมื่อคู่หนึ่งขึ้น อีกคู่หนึ่งมักลง และ No Correlation หรือ Correlation ต่ำ คือคู่เงินที่แทบไม่มีความสัมพันธ์กันในเชิงสถิติ การเข้าใจสามลักษณะนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนนำไปประยุกต์ใช้กับการวางแผนพอร์ต

ตัวอย่างคู่สกุลเงินที่มีความสัมพันธ์กัน

ตัวอย่างที่พบบ่อยในตลาด Forex เช่น EUR/USD และ GBP/USD มักมี Positive Correlation ค่อนข้างสูง เนื่องจากทั้งคู่มี USD เป็นสกุลเงินอ้างอิงฝั่งเดียวกันและเศรษฐกิจยุโรปกับอังกฤษมีความเชื่อมโยงกันอยู่มาก ในทางกลับกัน USD/CHF มักมี Negative Correlation กับ EUR/USD เพราะเมื่อ USD แข็งค่า EUR/USD มักลดลง ขณะที่ USD/CHF มักเพิ่มขึ้น ส่วน AUD/USD และ USD/CAD ก็มักเคลื่อนไหวสวนทางกันเช่นกัน เนื่องจากทั้งสองสกุลเงินเกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในทิศทางที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลข Correlation เหล่านี้ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละช่วง

ทำไมเทรดเดอร์ต้องรู้เรื่อง Currency Correlation

เหตุผลหลักที่นักเทรดควรเข้าใจเรื่องนี้คือการบริหารความเสี่ยงของพอร์ต ลองนึกภาพว่าเปิดออเดอร์ Buy ทั้ง EUR/USD และ GBP/USD พร้อมกัน หากทั้งสองคู่มี Positive Correlation สูง นั่นหมายความว่าเรากำลังเดิมพันกับทิศทางเดียวกันซ้ำสองครั้งโดยไม่รู้ตัว ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยที่พอร์ตดูเหมือนมีการกระจายความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้กระจายเลย ในทางกลับกัน หากเข้าใจเรื่อง Correlation ก็สามารถใช้คู่เงินที่มี Negative Correlation มาช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมได้ หรือหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในทิศทางเดียวกันมากเกินไปในคู่เงินที่มีความสัมพันธ์กันสูง

วิธีตรวจสอบค่า Correlation

นักเทรดสามารถตรวจสอบค่า Correlation ได้จากเครื่องมือที่เรียกว่า Correlation Matrix หรือ Correlation Table ซึ่งหลายแพลตฟอร์มเทรดและเว็บไซต์ข้อมูลทางการเงินมักมีให้บริการฟรี โดยตารางเหล่านี้จะแสดงค่าสัมประสิทธิ์ของคู่เงินต่าง ๆ เทียบกันเป็นตัวเลข พร้อมช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ เช่น 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือ 3 เดือน สิ่งสำคัญคือควรเลือกดูค่า Correlation ในกรอบเวลาที่ใกล้เคียงกับสไตล์การเทรดของตนเอง เพราะค่า Correlation ในระยะสั้นกับระยะยาวอาจแตกต่างกันได้

ข้อควรระวัง

แม้ Currency Correlation จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังหลายประการ ประการแรก ค่า Correlation ไม่ใช่ค่าคงที่ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา สถานการณ์เศรษฐกิจ หรือแม้แต่ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา ประการที่สอง การมี Correlation ต่ำไม่ได้แปลว่าปราศจากความเสี่ยง เพราะยังมีปัจจัยเฉพาะของแต่ละคู่เงินที่ส่งผลได้เสมอ และประการสุดท้าย ไม่ควรใช้ Correlation เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเทรด แต่ควรใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ประกอบกันเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ครบถ้วนมากขึ้น

สรุป

Currency Correlation เป็นแนวคิดที่ช่วยให้นักเทรดมองเห็นความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ระหว่างคู่สกุลเงินต่าง ๆ ในตลาด Forex ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนพอร์ตให้กระจายตัวอย่างแท้จริง แทนที่จะเปิดออเดอร์หลายคู่โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วกำลังเดิมพันไปในทิศทางเดียวกัน การหมั่นตรวจสอบ Correlation Matrix อย่างสม่ำเสมอและใช้ควบคู่กับความรู้ด้านอื่น ๆ จะช่วยให้นักเทรดมือใหม่ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและมีเหตุผลมากขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการเปิดออเดอร์ซื้อขายใด ๆ การซื้อขาย Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

 
 
 

Recent Posts

See All
MACD คืออะไร? อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยจับสัญญาณเทรนด์และจังหวะเทรด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก MACD (Moving Average Convergence Divergence) อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่รวมสัญญาณเทรนด์และโมเมนตัมไว้ในตัวเดียว พร้อมวิธีอ่านเส้น MACD Line, Signal Line, Histogram และตัวอย่างสัญญาณซื้อขายที่เ

 
 
 
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

ทำความรู้จัก RSI (Relative Strength Index) อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายยอดนิยม พร้อมวิธีอ่านค่า Overbought, Oversold, เส้นกึ่งกลาง 50 และข้อควรระวังในการใช้งานสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่อยากต่อยอดการว

 
 
 
Bollinger Bands คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดความผันผวนที่ช่วยจับจังหวะตลาด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก Bollinger Bands อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยวัดความผันผวนและหาจังหวะวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex พร้อมตัวอย่างอ่านกราฟฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

 
 
 

Comments


bottom of page