top of page
alphastratege logo.png

2026

Divergence คืออะไร? สัญญาณกลับตัวขั้นสูงจาก RSI และ MACD ที่นักเทรด Forex ควรรู้

Writer: chemecal cream
chemecal cream
Aug 19
1 min read

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับอินดิเคเตอร์ยอดนิยมอย่าง RSI และ MACD กันไปแล้ว บทความนี้จะพาไปต่อยอดกับเทคนิคขั้นสูงที่นักเทรดมืออาชีพนิยมใช้กัน นั่นคือ Divergence หรือสัญญาณที่ราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับอินดิเคเตอร์ ซึ่งมักถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าแนวโน้มเดิมอาจกำลังอ่อนแรงลงและมีโอกาสกลับตัว หากเข้าใจหลักการนี้ได้ดี จะช่วยให้อ่านจังหวะตลาดได้แม่นยำขึ้นอีกระดับหนึ่ง

Divergence คืออะไร

Divergence คือปรากฏการณ์ที่ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา (Price Action) กับทิศทางของอินดิเคเตอร์ เช่น RSI หรือ MACD เคลื่อนไหวสวนทางกัน ยกตัวอย่างเช่น หากราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม (Higher High) แต่อินดิเคเตอร์กลับทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าเดิม (Lower High) นั่นหมายความว่าแรงซื้อที่ผลักดันราคาขึ้นไปกำลังอ่อนแรงลง แม้ราคาจะยังคงขึ้นต่อก็ตาม ความไม่สอดคล้องกันนี้เองที่นักเทรดใช้เป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มอาจกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง

ประเภทของ Divergence

Divergence แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ Regular Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนการกลับตัว แบ่งเป็น Bearish Divergence เมื่อราคาทำ Higher High แต่อินดิเคเตอร์ทำ Lower High ซึ่งอาจบ่งบอกว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังจะจบลง และ Bullish Divergence เมื่อราคาทำ Lower Low แต่อินดิเคเตอร์ทำ Higher Low ซึ่งอาจบ่งบอกว่าแนวโน้มขาลงกำลังจะจบลง

กลุ่มที่สองคือ Hidden Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าแนวโน้มเดิมน่าจะไปต่อ ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว โดย Hidden Bullish Divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาทำ Higher Low แต่อินดิเคเตอร์ทำ Lower Low ในช่วงที่ตลาดกำลังพักตัวระหว่างแนวโน้มขาขึ้น ส่วน Hidden Bearish Divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาทำ Lower High แต่อินดิเคเตอร์ทำ Higher High ในช่วงที่ตลาดพักตัวระหว่างแนวโน้มขาลง

วิธีสังเกต Divergence ด้วย RSI

RSI (Relative Strength Index) เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้ดู Divergence มากที่สุด เพราะแสดงค่าความแข็งแกร่งของแรงซื้อแรงขายในรูปแบบเส้นที่แกว่งตัวระหว่าง 0-100 วิธีสังเกตคือให้ลากเส้นเชื่อมจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดสองจุดล่าสุดบนกราฟราคา แล้วลากเส้นเชื่อมจุดเดียวกันบนเส้น RSI เปรียบเทียบทิศทางทั้งสองเส้น หากสวนทางกันก็ถือว่าเกิด Divergence ตัวอย่างเช่น หากคู่เงิน EUR/USD ทำ Higher High สองจุดติดต่อกัน แต่ RSI กลับทำ Lower High สวนทาง นั่นคือสัญญาณ Bearish Divergence ที่อาจบ่งบอกว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงและราคามีโอกาสย่อตัวลง

วิธีสังเกต Divergence ด้วย MACD

MACD (Moving Average Convergence Divergence) ก็เป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ยอดนิยมสำหรับดู Divergence โดยเฉพาะการดูจากเส้น MACD Line หรือฮิสโตแกรม (Histogram) วิธีสังเกตคล้ายกับ RSI คือเปรียบเทียบจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของราคา กับจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของ MACD ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากราคาทำ Lower Low ต่อเนื่อง แต่ฮิสโตแกรมของ MACD กลับทำ Higher Low นั่นคือสัญญาณ Bullish Divergence ที่อาจบ่งบอกว่าแรงขายเริ่มอ่อนแรงลง และราคามีโอกาสกลับตัวขึ้น

ตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพชัดเจน

สมมติว่าคู่เงิน GBP/USD อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.2800 หลังจากเคยทำจุดสูงสุดที่ 1.2700 มาก่อน ถ้าดูเผิน ๆ อาจดูเหมือนแนวโน้มขาขึ้นยังแข็งแกร่ง แต่เมื่อดูที่ RSI กลับพบว่าค่า RSI ที่จุดสูงสุด 1.2800 อยู่ต่ำกว่าค่า RSI ที่จุดสูงสุด 1.2700 นั่นคือสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเตือนว่าแม้ราคาจะยังขึ้นต่อ แต่โมเมนตัมที่แท้จริงกำลังอ่อนแรงลง นักเทรดที่สังเกตเห็นสัญญาณนี้อาจเริ่มระมัดระวังมากขึ้น รอดูสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ แทนที่จะไล่ซื้อตามราคาที่กำลังขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้ Divergence

แม้ Divergence จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดที่นักเทรดมือใหม่ควรทราบ ประการแรก Divergence ไม่ได้แม่นยำ 100% และสามารถเกิดสัญญาณหลอก (False Signal) ได้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในตลาดที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งมาก ราคาอาจยังคงเคลื่อนที่ต่อไปได้อีกนานแม้จะเกิด Divergence แล้วก็ตาม ประการที่สอง ไม่ควรใช้ Divergence เพียงลำพังในการตัดสินใจเข้าออกออเดอร์ ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น แนวรับแนวต้าน รูปแบบแท่งเทียน หรือรูปแบบกราฟ เพื่อยืนยันสัญญาณให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และประการสุดท้าย ควรฝึกฝนการสังเกต Divergence บนกราฟย้อนหลังหลาย ๆ ครั้งก่อนนำไปใช้จริง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจในการอ่านสัญญาณ

สรุป

Divergence เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิคขั้นสูงที่ช่วยให้นักเทรดมองเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าแนวโน้มราคาอาจกำลังอ่อนแรงหรือพร้อมกลับตัว โดยอาศัยการเปรียบเทียบทิศทางของราคากับอินดิเคเตอร์อย่าง RSI และ MACD การฝึกฝนสังเกต Divergence อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการใช้เครื่องมือวิเคราะห์อื่นประกอบ จะช่วยให้นักเทรดมือใหม่ต่อยอดทักษะการอ่านกราฟไปอีกขั้น และตัดสินใจในตลาด Forex ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

 
 
 

Recent Posts

See All
MACD คืออะไร? อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยจับสัญญาณเทรนด์และจังหวะเทรด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก MACD (Moving Average Convergence Divergence) อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่รวมสัญญาณเทรนด์และโมเมนตัมไว้ในตัวเดียว พร้อมวิธีอ่านเส้น MACD Line, Signal Line, Histogram และตัวอย่างสัญญาณซื้อขายที่เ

 
 
 
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

ทำความรู้จัก RSI (Relative Strength Index) อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายยอดนิยม พร้อมวิธีอ่านค่า Overbought, Oversold, เส้นกึ่งกลาง 50 และข้อควรระวังในการใช้งานสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่อยากต่อยอดการว

 
 
 
Bollinger Bands คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดความผันผวนที่ช่วยจับจังหวะตลาด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก Bollinger Bands อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยวัดความผันผวนและหาจังหวะวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex พร้อมตัวอย่างอ่านกราฟฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

 
 
 

Comments


bottom of page