top of page
alphastratege logo.png

2026

Fibonacci Retracement คืออะไร? เครื่องมือหาแนวรับแนวต้านขั้นสูงสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่

Writer: chemecal cream
chemecal cream
Aug 18
1 min read

หลายคนที่เริ่มศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาด Forex มักจะเคยเห็นเส้นแปลก ๆ ที่ถูกลากพาดผ่านกราฟราคา พร้อมตัวเลขเปอร์เซ็นต์อย่าง 38.2% หรือ 61.8% ปรากฏอยู่ริมกราฟ นั่นคือเครื่องมือที่เรียกว่า Fibonacci Retracement ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมที่นักเทรดทั่วโลกใช้หาแนวรับแนวต้านเพิ่มเติมจากที่เคยเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ Fibonacci Retracement ตั้งแต่ที่มา หลักการทำงาน ไปจนถึงวิธีใช้งานเบื้องต้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการอ่านกราฟให้รอบด้านมากขึ้น

Fibonacci Retracement คืออะไร

Fibonacci Retracement คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ตัวเลขในลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence) มาแปลงเป็นเส้นระดับเปอร์เซ็นต์บนกราฟราคา เพื่อคาดการณ์ว่าราคาที่กำลังปรับฐาน (Retrace) หลังจากเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้มใดแนวโน้มหนึ่ง อาจย่อตัวกลับไปหยุดหรือเด้งกลับที่บริเวณใด แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าตลาดการเงินมักเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงทางเดียวตลอดเวลา และระดับฟีโบนัชชีก็เป็นหนึ่งในหลายเครื่องมือที่ช่วยประเมินว่าจังหวะการพักตัวนั้นอาจจบลงบริเวณไหน

ที่มาของตัวเลข Fibonacci

ลำดับฟีโบนัชชีเป็นชุดตัวเลขที่แต่ละจำนวนเกิดจากการบวกกันของสองจำนวนก่อนหน้า เช่น 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34 และต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อนำจำนวนในลำดับนี้มาหารกันในรูปแบบต่าง ๆ จะได้อัตราส่วนที่คงที่ เช่น 0.618 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Golden Ratio ซึ่งอัตราส่วนเหล่านี้ถูกพบเห็นได้ในธรรมชาติหลายรูปแบบ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงนำอัตราส่วนเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับกราฟราคา โดยเชื่อว่าพฤติกรรมราคาในตลาดก็อาจสะท้อนสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันได้เช่นกัน

ระดับ Fibonacci Retracement ที่นิยมใช้

ระดับที่นักเทรดนิยมใช้ในการลาก Fibonacci Retracement มีดังนี้

  • 23.6% ระดับการย่อตัวที่ค่อนข้างตื้น มักเกิดในแนวโน้มที่แข็งแรงมาก

  • 38.2% ระดับการย่อตัวปานกลาง เป็นหนึ่งในระดับที่ถูกจับตามองบ่อย

  • 50.0% แม้จะไม่ใช่ตัวเลขฟีโบนัชชีแท้จริง แต่นิยมใช้ร่วมด้วยเพราะราคามักย่อตัวถึงครึ่งทางของการเคลื่อนไหว

  • 61.8% ระดับที่หลายคนเรียกว่า Golden Ratio และมักถูกมองว่าเป็นแนวรับแนวต้านที่สำคัญ

  • 78.6% ระดับการย่อตัวที่ลึก ใกล้เคียงจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเดิม

วิธีการลาก Fibonacci Retracement บนกราฟ

การใช้งานเครื่องมือนี้เริ่มจากการเลือกจุดสองจุดบนกราฟ คือจุดสวิงสูงสุด (Swing High) และจุดสวิงต่ำสุด (Swing Low) ของการเคลื่อนไหวที่ต้องการวิเคราะห์ หากกราฟกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น นักเทรดมักลากเส้นจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุด เพื่อดูว่าหากราคาย่อตัวลงมา จะมีโอกาสไปหยุดที่ระดับใดบ้าง ในทางกลับกัน หากกราฟอยู่ในแนวโน้มขาลง ก็มักลากเส้นจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด เพื่อดูว่าหากราคาเด้งขึ้นมา จะมีโอกาสเจอแนวต้านที่ระดับใด แพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่ เช่น MT4 หรือ MT5 มีเครื่องมือ Fibonacci Retracement ให้ใช้งานอยู่แล้ว เพียงเลือกเครื่องมือแล้วลากจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบนกราฟ ระบบจะคำนวณและแสดงเส้นระดับต่าง ๆ ให้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างการใช้งาน Fibonacci Retracement

ลองสมมติสถานการณ์เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ ว่าคู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวขึ้นจาก 1.0500 ไปถึง 1.0700 หากนักวิเคราะห์ลาก Fibonacci Retracement จากจุด 1.0500 ไปยัง 1.0700 ระดับ 61.8% จะอยู่ที่ประมาณ 1.0577 นั่นหมายความว่า หากราคาย่อตัวลงมาในภายหลัง หลายคนอาจจับตาดูบริเวณนี้เป็นพิเศษว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหรือไม่ ทั้งนี้ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงการอธิบายหลักการคำนวณเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดจริงในตลาด

ข้อควรระวังในการใช้ Fibonacci Retracement

แม้ Fibonacci Retracement จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจ ประการแรก การเลือกจุดสวิงสูงสุดและต่ำสุดมีความเป็นอัตวิสัย นักเทรดแต่ละคนอาจเลือกจุดที่แตกต่างกัน ทำให้เส้นที่ได้ไม่เหมือนกันเสมอไป ประการที่สอง ระดับ Fibonacci ไม่ใช่แนวรับแนวต้านที่แม่นยำตายตัว ราคาสามารถทะลุผ่านไปได้โดยไม่หยุดตามที่คาดไว้ ดังนั้นนักเทรดส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ Fibonacci ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น เช่น แนวรับแนวต้านแบบดั้งเดิม รูปแบบแท่งเทียน หรืออินดิเคเตอร์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการวิเคราะห์ มากกว่าจะใช้ Fibonacci เพียงเครื่องมือเดียวในการตัดสินใจ

สรุป

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยประเมินแนวรับแนวต้านที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการย่อตัวของราคา โดยอาศัยอัตราส่วนจากลำดับตัวเลขฟีโบนัชชี เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% การใช้งานเริ่มจากการลากเส้นระหว่างจุดสวิงสูงสุดและต่ำสุดของการเคลื่อนไหว และควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ เครื่องมือนี้เป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีประโยชน์สำหรับนักเทรดที่ต้องการต่อยอดความเข้าใจด้านการวิเคราะห์กราฟให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมด ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

 
 
 

Recent Posts

See All
MACD คืออะไร? อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยจับสัญญาณเทรนด์และจังหวะเทรด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก MACD (Moving Average Convergence Divergence) อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่รวมสัญญาณเทรนด์และโมเมนตัมไว้ในตัวเดียว พร้อมวิธีอ่านเส้น MACD Line, Signal Line, Histogram และตัวอย่างสัญญาณซื้อขายที่เ

 
 
 
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

ทำความรู้จัก RSI (Relative Strength Index) อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายยอดนิยม พร้อมวิธีอ่านค่า Overbought, Oversold, เส้นกึ่งกลาง 50 และข้อควรระวังในการใช้งานสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่อยากต่อยอดการว

 
 
 
Bollinger Bands คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดความผันผวนที่ช่วยจับจังหวะตลาด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก Bollinger Bands อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยวัดความผันผวนและหาจังหวะวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex พร้อมตัวอย่างอ่านกราฟฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

 
 
 

Comments


bottom of page