Fibonacci Retracement คืออะไร? เครื่องมือหาแนวรับแนวต้านขั้นสูงสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่
หลายคนที่เริ่มศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาด Forex มักจะเคยเห็นเส้นแปลก ๆ ที่ถูกลากพาดผ่านกราฟราคา พร้อมตัวเลขเปอร์เซ็นต์อย่าง 38.2% หรือ 61.8% ปรากฏอยู่ริมกราฟ นั่นคือเครื่องมือที่เรียกว่า Fibonacci Retracement ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมที่นักเทรดทั่วโลกใช้หาแนวรับแนวต้านเพิ่มเติมจากที่เคยเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ Fibonacci Retracement ตั้งแต่ที่มา หลักการทำงาน ไปจนถึงวิธีใช้งานเบื้องต้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการอ่านกราฟให้รอบด้านมากขึ้น
Fibonacci Retracement คืออะไร
Fibonacci Retracement คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ตัวเลขในลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence) มาแปลงเป็นเส้นระดับเปอร์เซ็นต์บนกราฟราคา เพื่อคาดการณ์ว่าราคาที่กำลังปรับฐาน (Retrace) หลังจากเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้มใดแนวโน้มหนึ่ง อาจย่อตัวกลับไปหยุดหรือเด้งกลับที่บริเวณใด แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าตลาดการเงินมักเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงทางเดียวตลอดเวลา และระดับฟีโบนัชชีก็เป็นหนึ่งในหลายเครื่องมือที่ช่วยประเมินว่าจังหวะการพักตัวนั้นอาจจบลงบริเวณไหน
ที่มาของตัวเลข Fibonacci
ลำดับฟีโบนัชชีเป็นชุดตัวเลขที่แต่ละจำนวนเกิดจากการบวกกันของสองจำนวนก่อนหน้า เช่น 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34 และต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อนำจำนวนในลำดับนี้มาหารกันในรูปแบบต่าง ๆ จะได้อัตราส่วนที่คงที่ เช่น 0.618 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Golden Ratio ซึ่งอัตราส่วนเหล่านี้ถูกพบเห็นได้ในธรรมชาติหลายรูปแบบ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงนำอัตราส่วนเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับกราฟราคา โดยเชื่อว่าพฤติกรรมราคาในตลาดก็อาจสะท้อนสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันได้เช่นกัน
ระดับ Fibonacci Retracement ที่นิยมใช้
ระดับที่นักเทรดนิยมใช้ในการลาก Fibonacci Retracement มีดังนี้
23.6% ระดับการย่อตัวที่ค่อนข้างตื้น มักเกิดในแนวโน้มที่แข็งแรงมาก
38.2% ระดับการย่อตัวปานกลาง เป็นหนึ่งในระดับที่ถูกจับตามองบ่อย
50.0% แม้จะไม่ใช่ตัวเลขฟีโบนัชชีแท้จริง แต่นิยมใช้ร่วมด้วยเพราะราคามักย่อตัวถึงครึ่งทางของการเคลื่อนไหว
61.8% ระดับที่หลายคนเรียกว่า Golden Ratio และมักถูกมองว่าเป็นแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
78.6% ระดับการย่อตัวที่ลึก ใกล้เคียงจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเดิม
วิธีการลาก Fibonacci Retracement บนกราฟ
การใช้งานเครื่องมือนี้เริ่มจากการเลือกจุดสองจุดบนกราฟ คือจุดสวิงสูงสุด (Swing High) และจุดสวิงต่ำสุด (Swing Low) ของการเคลื่อนไหวที่ต้องการวิเคราะห์ หากกราฟกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น นักเทรดมักลากเส้นจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุด เพื่อดูว่าหากราคาย่อตัวลงมา จะมีโอกาสไปหยุดที่ระดับใดบ้าง ในทางกลับกัน หากกราฟอยู่ในแนวโน้มขาลง ก็มักลากเส้นจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด เพื่อดูว่าหากราคาเด้งขึ้นมา จะมีโอกาสเจอแนวต้านที่ระดับใด แพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่ เช่น MT4 หรือ MT5 มีเครื่องมือ Fibonacci Retracement ให้ใช้งานอยู่แล้ว เพียงเลือกเครื่องมือแล้วลากจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบนกราฟ ระบบจะคำนวณและแสดงเส้นระดับต่าง ๆ ให้โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างการใช้งาน Fibonacci Retracement
ลองสมมติสถานการณ์เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ ว่าคู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวขึ้นจาก 1.0500 ไปถึง 1.0700 หากนักวิเคราะห์ลาก Fibonacci Retracement จากจุด 1.0500 ไปยัง 1.0700 ระดับ 61.8% จะอยู่ที่ประมาณ 1.0577 นั่นหมายความว่า หากราคาย่อตัวลงมาในภายหลัง หลายคนอาจจับตาดูบริเวณนี้เป็นพิเศษว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหรือไม่ ทั้งนี้ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงการอธิบายหลักการคำนวณเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดจริงในตลาด
ข้อควรระวังในการใช้ Fibonacci Retracement
แม้ Fibonacci Retracement จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจ ประการแรก การเลือกจุดสวิงสูงสุดและต่ำสุดมีความเป็นอัตวิสัย นักเทรดแต่ละคนอาจเลือกจุดที่แตกต่างกัน ทำให้เส้นที่ได้ไม่เหมือนกันเสมอไป ประการที่สอง ระดับ Fibonacci ไม่ใช่แนวรับแนวต้านที่แม่นยำตายตัว ราคาสามารถทะลุผ่านไปได้โดยไม่หยุดตามที่คาดไว้ ดังนั้นนักเทรดส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ Fibonacci ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น เช่น แนวรับแนวต้านแบบดั้งเดิม รูปแบบแท่งเทียน หรืออินดิเคเตอร์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการวิเคราะห์ มากกว่าจะใช้ Fibonacci เพียงเครื่องมือเดียวในการตัดสินใจ
สรุป
Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยประเมินแนวรับแนวต้านที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการย่อตัวของราคา โดยอาศัยอัตราส่วนจากลำดับตัวเลขฟีโบนัชชี เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% การใช้งานเริ่มจากการลากเส้นระหว่างจุดสวิงสูงสุดและต่ำสุดของการเคลื่อนไหว และควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ เครื่องมือนี้เป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีประโยชน์สำหรับนักเทรดที่ต้องการต่อยอดความเข้าใจด้านการวิเคราะห์กราฟให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายแต่อย่างใด การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมด ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

Comments