top of page
alphastratege logo.png

2026

รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) ในตลาด Forex คืออะไร? รู้จัก Head and Shoulders, Double Top/Bottom และ Triangle ฉบับมือใหม่

Writer: chemecal cream
chemecal cream
Aug 18
1 min read

หลังจากที่เราเรียนรู้เรื่องแท่งเทียนและแนวรับแนวต้านกันไปแล้ว วันนี้ถึงเวลาต่อยอดไปอีกขั้นกับ "รูปแบบกราฟ" หรือ Chart Patterns ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทรด Forex ทั่วโลกใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะรูปแบบกราฟเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ซื้อผู้ขายในตลาดที่มักเกิดซ้ำ ๆ จนกลายเป็นรูปทรงที่จดจำได้ ถ้าเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ จะช่วยให้มองภาพรวมของแนวโน้มราคาได้ชัดเจนขึ้น มาทำความรู้จักกับรูปแบบกราฟยอดนิยมไปพร้อมกันในบทความนี้

รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) คืออะไร

รูปแบบกราฟ คือรูปทรงที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเกิดจากแรงซื้อและแรงขายที่ต่อสู้กันในตลาด เมื่อราคาสร้างรูปทรงเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นักวิเคราะห์จึงนำมาจัดหมวดหมู่และตั้งชื่อ เพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางราคาที่อาจเกิดขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม รูปแบบกราฟไม่ใช่สูตรสำเร็จที่แม่นยำ 100% แต่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นในการตัดสินใจเท่านั้น

รูปแบบกลับตัว VS รูปแบบไปต่อ

โดยทั่วไปแล้ว รูปแบบกราฟแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • รูปแบบกลับตัว (Reversal Pattern) คือรูปแบบที่บ่งบอกว่าแนวโน้มเดิมกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง เช่น จากขาขึ้นเป็นขาลง หรือจากขาลงเป็นขาขึ้น

  • รูปแบบไปต่อ (Continuation Pattern) คือรูปแบบที่เกิดขึ้นระหว่างที่ราคาพักตัวชั่วคราว ก่อนจะเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางเดิม

การแยกแยะสองกลุ่มนี้ได้จะช่วยให้เข้าใจบริบทของกราฟมากขึ้น

รูปแบบกลับตัวยอดนิยม

Head and Shoulders (หัวและไหล่)

Head and Shoulders เป็นหนึ่งในรูปแบบกลับตัวที่รู้จักกันดีที่สุด มีลักษณะเป็นยอดสามยอดต่อเนื่องกัน โดยยอดตรงกลางจะสูงกว่ายอดสองข้าง (เปรียบเหมือนหัวอยู่ตรงกลาง ไหล่อยู่สองข้าง) เมื่อราคาหลุดเส้นคอ (Neckline) ที่ลากผ่านจุดต่ำสุดระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจกำลังจะกลับตัวเป็นขาลง ในทางกลับกัน หากรูปแบบนี้เกิดขึ้นแบบกลับหัว เรียกว่า Inverse Head and Shoulders ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น

Double Top และ Double Bottom

Double Top คือรูปแบบที่ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกัน คล้ายตัวอักษร M ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงลง ส่วน Double Bottom คือรูปแบบตรงข้าม ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกัน คล้ายตัวอักษร W ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงขายเริ่มหมดแรง ทั้งสองรูปแบบนี้มักได้รับการยืนยันเมื่อราคาทะลุเส้นแนวรับหรือแนวต้านที่อยู่ระหว่างจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดทั้งสอง

รูปแบบไปต่อยอดนิยม

สามเหลี่ยม (Triangle)

รูปแบบสามเหลี่ยมเกิดจากการที่ราคาเคลื่อนไหวแคบลงเรื่อย ๆ ระหว่างเส้นแนวโน้มสองเส้นที่ลู่เข้าหากัน แบ่งเป็น 3 แบบหลัก คือ

  • สามเหลี่ยมขาขึ้น (Ascending Triangle) มีแนวต้านด้านบนค่อนข้างคงที่ ขณะที่แนวรับด้านล่างค่อย ๆ ยกตัวสูงขึ้น มักพบในแนวโน้มขาขึ้น

  • สามเหลี่ยมขาลง (Descending Triangle) มีแนวรับด้านล่างค่อนข้างคงที่ ขณะที่แนวต้านด้านบนค่อย ๆ ลดต่ำลง มักพบในแนวโน้มขาลง

  • สามเหลี่ยมสมมาตร (Symmetrical Triangle) ทั้งแนวรับและแนวต้านบีบเข้าหากัน มักเป็นช่วงที่ตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่มากระตุ้นทิศทาง

โดยทั่วไปเมื่อราคาทะลุกรอบสามเหลี่ยมออกไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในทิศทางเดิม

Flag และ Pennant

Flag (ธง) และ Pennant (ธงสามเหลี่ยมเล็ก) เป็นรูปแบบไปต่อที่เกิดขึ้นหลังจากราคาวิ่งแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง (เรียกว่าเสาธง) แล้วเข้าสู่ช่วงพักตัวสั้น ๆ ก่อนเคลื่อนไหวต่อในทิศทางเดิม ความแตกต่างหลักคือ Flag จะมีกรอบเป็นเส้นขนานเอียงเล็กน้อย ขณะที่ Pennant จะมีกรอบเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก

ตัวอย่างการอ่านรูปแบบกราฟแบบง่าย ๆ

ลองจินตนาการว่าคู่เงินหนึ่งกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นมาระยะหนึ่ง แล้วเริ่มสร้างยอดแรก ปรับตัวลงเล็กน้อย แล้วขึ้นไปทำยอดที่สองซึ่งสูงกว่ายอดแรกอย่างชัดเจน ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งแล้วขึ้นไปทำยอดที่สามซึ่งต่ำกว่ายอดที่สอง ลักษณะเช่นนี้อาจกำลังก่อตัวเป็น Head and Shoulders หากราคาหลุดเส้นคอที่ลากผ่านจุดต่ำสุดระหว่างยอดทั้งสาม นักเทรดที่ติดตามรูปแบบนี้อาจเริ่มระมัดระวังมากขึ้นว่าแนวโน้มขาขึ้นเดิมอาจกำลังอ่อนแรงลง ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการอธิบายแนวคิดเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เจาะจงคู่เงินหรือช่วงเวลาใดเป็นพิเศษ

ข้อควรระวังในการใช้ Chart Patterns

แม้รูปแบบกราฟจะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยม แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบ

  • รูปแบบกราฟไม่ได้แม่นยำเสมอไป บางครั้งอาจเกิด False Breakout คือราคาทะลุกรอบแล้วย้อนกลับ ทำให้สัญญาณผิดพลาดได้

  • การตีความรูปแบบอาจแตกต่างกันไปตามมุมมองของแต่ละคน จึงควรฝึกฝนให้คุ้นเคยและมีเกณฑ์ที่ชัดเจนของตัวเอง

  • ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น แนวรับแนวต้าน อินดิเคเตอร์ หรือปริมาณการซื้อขาย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณ

  • รูปแบบเดียวกันอาจให้ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละกรอบเวลา (Timeframe) จึงควรพิจารณาบริบทโดยรวมของตลาดประกอบด้วย

เคล็ดลับสำหรับนักเทรดมือใหม่

สำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากฝึกอ่านรูปแบบกราฟให้ชำนาญ ลองเริ่มจากขั้นตอนง่าย ๆ เหล่านี้

  • ฝึกดูกราฟย้อนหลังบนบัญชีทดลอง (Demo Account) เพื่อฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับรูปทรงต่าง ๆ โดยไม่มีความเสี่ยงด้านเงินทุน

  • รอให้แท่งเทียนปิดยืนยันการทะลุกรอบก่อนตัดสินใจ แทนที่จะรีบตัดสินใจตั้งแต่ราคายังไม่ทะลุจริง

  • จดบันทึกการเทรด (Trading Journal) เพื่อทบทวนว่าการอ่านรูปแบบกราฟของตนเองแม่นยำมากน้อยเพียงใด

  • อย่าลืมหลักการบริหารความเสี่ยงและตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง แม้จะมั่นใจในรูปแบบกราฟที่เห็นก็ตาม

สรุป

รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้นักเทรดมองเห็นพฤติกรรมราคาในอดีตและคาดการณ์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นต่อไป โดยแบ่งเป็นรูปแบบกลับตัวอย่าง Head and Shoulders และ Double Top/Bottom กับรูปแบบไปต่ออย่าง Triangle, Flag และ Pennant อย่างไรก็ตาม ไม่มีรูปแบบใดที่แม่นยำ 100% จึงควรใช้ร่วมกับความรู้พื้นฐานอื่น ๆ ที่เคยเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นแนวรับแนวต้าน อินดิเคเตอร์ และการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างระบบการเทรดที่รอบด้านและมีวินัยมากยิ่งขึ้น

คำเตือน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือคำชี้นำให้ซื้อขายสกุลเงินใด ๆ การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างถ่องแท้ และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

 
 
 

Recent Posts

See All
MACD คืออะไร? อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยจับสัญญาณเทรนด์และจังหวะเทรด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก MACD (Moving Average Convergence Divergence) อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่รวมสัญญาณเทรนด์และโมเมนตัมไว้ในตัวเดียว พร้อมวิธีอ่านเส้น MACD Line, Signal Line, Histogram และตัวอย่างสัญญาณซื้อขายที่เ

 
 
 
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

ทำความรู้จัก RSI (Relative Strength Index) อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายยอดนิยม พร้อมวิธีอ่านค่า Overbought, Oversold, เส้นกึ่งกลาง 50 และข้อควรระวังในการใช้งานสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่อยากต่อยอดการว

 
 
 
Bollinger Bands คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดความผันผวนที่ช่วยจับจังหวะตลาด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก Bollinger Bands อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยวัดความผันผวนและหาจังหวะวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex พร้อมตัวอย่างอ่านกราฟฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

 
 
 

Comments


bottom of page