top of page
alphastratege logo.png

2026

รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns) พื้นฐานที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

Writer: chemecal cream
chemecal cream
Aug 18
1 min read

ถ้าคุณเคยเปิดกราฟราคาในตลาด Forex มาก่อน คุณคงเคยเห็นแท่งสีเขียวและสีแดงเรียงต่อกันเต็มหน้าจอ นั่นคือ "แท่งเทียน" หรือ Candlestick ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่นักเทรดทั่วโลกใช้กันมานานหลายร้อยปี เพราะแท่งเทียนแต่ละแท่งไม่ได้บอกแค่ราคาขึ้นหรือลง แต่ยังสะท้อน "อารมณ์" ของตลาดในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักโครงสร้างของแท่งเทียน และรูปแบบแท่งเทียนยอดนิยมที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้จักไว้เป็นพื้นฐาน ก่อนต่อยอดไปสู่การวิเคราะห์กราฟที่ซับซ้อนมากขึ้น

แท่งเทียนคืออะไร

แท่งเทียน (Candlestick) คือรูปแบบการแสดงผลราคาที่บอกข้อมูล 4 อย่างในช่วงเวลาหนึ่งๆ ได้แก่ ราคาเปิด (Open) ราคาปิด (Close) ราคาสูงสุด (High) และราคาต่ำสุด (Low) หรือที่เรียกรวมกันว่า OHLC แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแทนช่วงเวลาหนึ่ง เช่น 1 นาที 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน ขึ้นอยู่กับกรอบเวลา (Timeframe) ที่คุณเลือกดูกราฟ

โครงสร้างของแท่งเทียน

แท่งเทียนแต่ละแท่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ดังนี้

  • ลำตัวแท่งเทียน (Body) แสดงระยะห่างระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แท่งเทียนมักแสดงเป็นสีเขียวหรือสีขาว เรียกว่าแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candle) แต่ถ้าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด แท่งเทียนจะเป็นสีแดงหรือสีดำ เรียกว่าแท่งเทียนขาลง (Bearish Candle)

  • ไส้เทียนหรือเงาแท่งเทียน (Wick/Shadow) คือเส้นบางๆ ที่ยื่นออกจากลำตัวทั้งด้านบนและด้านล่าง แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาทองคำเปิดที่ 2,300 ดอลลาร์ แล้วขยับขึ้นไปแตะ 2,320 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดที่ 2,315 ดอลลาร์ แท่งเทียนนั้นจะเป็นแท่งเขียว มีลำตัวตั้งแต่ 2,300-2,315 และมีไส้เทียนด้านบนสั้นๆ ยาวไปถึง 2,320

รูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่พบบ่อย

รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว (Reversal Patterns) คือรูปแบบที่มักปรากฏขึ้นก่อนที่ราคาจะเปลี่ยนทิศทาง นักเทรดมือใหม่ควรรู้จักรูปแบบพื้นฐานเหล่านี้ไว้

Hammer (ค้อน)

เป็นแท่งเทียนที่มีลำตัวเล็กอยู่ด้านบน และมีไส้เทียนด้านล่างยาว มักปรากฏหลังจากราคาปรับตัวลงมาต่อเนื่อง และอาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง

Shooting Star (ดาวตก)

มีลักษณะตรงข้ามกับ Hammer คือมีลำตัวเล็กอยู่ด้านล่าง และมีไส้เทียนด้านบนยาว มักปรากฏหลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง

Engulfing Pattern (แท่งเทียนกลืนกิน)

เกิดจากแท่งเทียน 2 แท่งติดกัน โดยแท่งที่สองมีลำตัวใหญ่กว่าและกลืนลำตัวของแท่งแรกทั้งหมด ถ้าเป็น Bullish Engulfing (แท่งแดงตามด้วยแท่งเขียวที่ใหญ่กว่า) อาจสื่อถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามา ส่วน Bearish Engulfing (แท่งเขียวตามด้วยแท่งแดงที่ใหญ่กว่า) อาจสื่อถึงแรงขายที่เข้ามาแทนที่

Doji

เป็นแท่งเทียนที่ราคาเปิดและราคาปิดอยู่ใกล้เคียงกันมาก ทำให้ลำตัวแท่งเทียนบางมากจนแทบเป็นเส้นตรง สะท้อนถึงความลังเลของตลาด ระหว่างแรงซื้อและแรงขายที่สูสีกัน

รูปแบบแท่งเทียนต่อเนื่อง

นอกจากรูปแบบกลับตัวแล้ว ยังมีรูปแบบแท่งเทียนต่อเนื่อง (Continuation Patterns) ที่บ่งบอกว่าแนวโน้มเดิมน่าจะดำเนินต่อไป เช่น Three White Soldiers ซึ่งเป็นแท่งเขียว 3 แท่งติดต่อกันในช่วงขาขึ้น หรือ Three Black Crows ซึ่งเป็นแท่งแดง 3 แท่งติดต่อกันในช่วงขาลง รูปแบบเหล่านี้มักถูกใช้เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มปัจจุบันยังมีแรงส่งอยู่

ตัวอย่างการนำไปใช้

สมมติว่าคุณกำลังดูกราฟคู่เงิน EUR/USD ในกรอบเวลารายวัน และเห็นว่าราคาปรับตัวลงมาต่อเนื่องหลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่งปรากฏแท่งเทียนแบบ Hammer ที่บริเวณแนวรับสำคัญ นักเทรดหลายคนอาจมองว่านี่เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงขายเริ่มอ่อนกำลังลง และเตรียมติดตามแท่งเทียนถัดไปเพื่อดูว่าจะมีแรงซื้อเข้ามายืนยันหรือไม่ ก่อนตัดสินใจใดๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตาม รูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ ควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น แนวรับแนวต้าน หรืออินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่นๆ ประกอบด้วย

ข้อควรระวังในการใช้แท่งเทียน

แม้รูปแบบแท่งเทียนจะเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยม แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบ ประการแรก แท่งเทียนรูปแบบเดียวกันอาจให้ผลลัพธ์ต่างกันไปในแต่ละสถานการณ์ตลาด ประการที่สอง กรอบเวลาที่ต่างกันอาจให้สัญญาณที่ขัดแย้งกัน เช่น กราฟรายชั่วโมงอาจแสดงสัญญาณกลับตัว ในขณะที่กราฟรายวันยังคงเป็นแนวโน้มเดิม และประการสุดท้าย ตลาด Forex ได้รับอิทธิพลจากข่าวเศรษฐกิจและปัจจัยพื้นฐานด้วย ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รูปแบบแท่งเทียนที่เคยแม่นยำใช้ไม่ได้ผลในช่วงที่มีข่าวสำคัญ

สรุป

แท่งเทียนเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้นักเทรดเข้าใจพฤติกรรมราคาและอารมณ์ตลาดในแต่ละช่วงเวลา การรู้จักโครงสร้างแท่งเทียน รวมถึงรูปแบบยอดนิยมอย่าง Hammer, Shooting Star, Engulfing และ Doji จะช่วยให้คุณอ่านกราฟได้อย่างมีระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีรูปแบบแท่งเทียนใดที่แม่นยำ 100% การนำไปใช้ควรประกอบกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ และการบริหารความเสี่ยงที่ดีเสมอ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

 
 
 

Recent Posts

See All
MACD คืออะไร? อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยจับสัญญาณเทรนด์และจังหวะเทรด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก MACD (Moving Average Convergence Divergence) อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่รวมสัญญาณเทรนด์และโมเมนตัมไว้ในตัวเดียว พร้อมวิธีอ่านเส้น MACD Line, Signal Line, Histogram และตัวอย่างสัญญาณซื้อขายที่เ

 
 
 
RSI (Relative Strength Index) คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายที่นักเทรด Forex มือใหม่ควรรู้จัก

ทำความรู้จัก RSI (Relative Strength Index) อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อขายยอดนิยม พร้อมวิธีอ่านค่า Overbought, Oversold, เส้นกึ่งกลาง 50 และข้อควรระวังในการใช้งานสำหรับนักเทรด Forex มือใหม่ที่อยากต่อยอดการว

 
 
 
Bollinger Bands คืออะไร? อินดิเคเตอร์วัดความผันผวนที่ช่วยจับจังหวะตลาด Forex สำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก Bollinger Bands อินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ช่วยวัดความผันผวนและหาจังหวะวิเคราะห์กราฟในตลาด Forex พร้อมตัวอย่างอ่านกราฟฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

 
 
 

Comments


bottom of page